โรงเรียนบ้านท่าโพธิ์

หมู่ที่ 2 บ้านท่าโพธิ์ ตำบลท่าทอง อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84160

Mon - Fri: 9:00 - 17:30

077-402156

อยาก เลี้ยงลูกให้มี EQ สูง ต้องทำอย่างไร วันนี้เรามีคำแนะนำ

เด็กจะฉลาด หรือไม่ ส่วนหนึ่งก็ขึ้นอยู่กับพันธุกรรม พูดง่ายๆ ถ้าพ่อแม่ฉลาด ก็มีโอกาสสูงที่ลูกจะฉลาดเหมือนกัน เรื่องของกรรมพันธุ์นั้นควบคุมไม่ได้ แต่ก็มีปัจจัยอื่นๆ เสริมด้วยเช่นได้รับสารอาหารเพียงพอต่อการเจริญเติบโตของสมองตั้งแต่อยู่ในครรภ์ และตลอดวัยเด็กรวมทั้งได้รับสั้งสอน อย่างเหมาะสม แต่ในขณะที่ความฉลาดอีกอย่างหนึ่ง นอกจาก I.Q. แล้ว ความฉลาดทางอารมณ์ หรือ E.Q. ก็มีความสำคัญต่อตัวเด็กเองเช่นกัน เป็นสิ่งที่พ่อแม่สร้างให้ลูกได้ ซึ่งลูกจะมีพฤติกรรมหรืออย่างไร ขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูของพ่อแม่เป็นหลักใหญ่ ดังนั้น ความสำคัญของ EQ กับลูกตั้งแต่อายุยังน้อย จะช่วยให้ลูกใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในอนาคตเพื่อตนเอง และผู้อื่นในอนาคต วันนี้เรามาแนะนำวิธี เลี้ยงลูกให้มี EQ สูง

เทคนิค วิธี เลี้ยงลูกให้มี EQ สูง ต้องทำอย่างไร?

1.ให้ความรัก

เป็นสิ่งแรกที่สำคัญมาก และไม่เพียงแต่ให้ความรัก พ่อแม่ยังต้องแสดงออกอย่างเหมาะสมด้วย บางคนรักลูกแต่ไม่กล้าบอก อย่างไรก็ตาม การยิ้ม สัมผัส กอด และโอบกอด ล้วนแต่เป็นภาษากายที่สื่อถึงความรักของพ่อแม่ที่มีต่อลูก

2. ครอบครัวสุขสันต์

ที่พ่อแม่มีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน รวมทั้งมีทัศนคติ การเลี้ยงดู ความคิดเห็น สอนและสอนลูกไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ขัดแย้งหรือมีข้อขัดแย้งควรเจรจาตกลงไปในทิศทางเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม แพทย์ได้ยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง เป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่ขัดแย้งกันในการตั้งกฎเกณฑ์ โดยครอบครัวหนึ่งฉันมีลูกประมาณ 2-3 ขวบร้องไห้เพราะอยากเล่นลิปสติกของแม่ ที่แม่ไม่ให้ลูกเล่นเพราะลิปสติกหักได้ แต่ถ้าเวลาอยู่กับพ่อ พ่อยอมให้ลูกเล่นหรือพ่อเห็นลูกร้องไห้ก็บอกว่าแม่อยู่ต่อหน้าลูก “แค่นี้เอง ให้ลูก เล่น” ทำให้เด็กๆ งง ไม่เข้าใจกฎเกณฑ์ที่ว่า สิ่งนี้ควรทำหรือไม่ควรทำ ดังนั้นผู้ใหญ่ควรเห็นด้วยกับเหตุผลก่อน จะสามารถควบคุมลูกไปในทิศทางเดียวกันได้

3. รู้-เข้าใจพัฒนาการของลูก

จะทำให้เข้าใจและปฏิบัติต่อเด็กอย่างเหมาะสมและเหมาะสมซึ่งการพัฒนาไม่หยุดหรือหมดอายุหลังจากหมดวัยอนุบาลแต่จะดำเนินต่อไป โดยเฉพาะในช่วงวัยรุ่นมีพัฒนาการตามวัย และก็สำคัญมากเช่นกัน แต่ส่วนใหญ่ พ่อแม่หลายคนปฏิบัติต่อลูกในวัยหนุ่มโดยไม่รู้ตัว เพราะคิดว่าลูกกำลังพัฒนาเหมือนเมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว

4. ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการเลี้ยงลูกให้มากที่สุด

ถ้าทั้งพ่อและแม่ต้องทำงาน อย่างน้อยก็ตอนกลางคืนก็ควรให้เวลาลูกบ้าง เพราะจะได้สัมผัสและรับรู้ความรู้สึกตื่นมาให้นมลูก เมื่อลูกหิวตอนกลางคืนหรือกอดปลอบเด็กหลับ ซึ่งจะทำให้พ่อแม่รัก และเข้าใจลูกมากขึ้น

5. ส่งเสริมให้เด็กรู้สึกว่าตนเองมีค่า

เมื่อลูกทำดีหรือประสบความสำเร็จ พ่อแม่ต้องคอยดูเวลาลูกท้อควรให้กำลังใจซึ่งบางคนว่าดูให้มากๆ ลูกจะดื้อแต่ไม่ชื่นชมคือชมเชยอย่างเหมาะสม มีเหตุผล ที่จะช่วยให้ลูกภาคภูมิใจ ตัวเอง เป็นสิ่งที่มีค่ามากต่อความรู้สึกของลูก

6. ให้อิสระ – โอกาสในการตัดสินใจ

จะช่วยให้ลูกมีความคิดสร้างสรรค์ กล้าคิด อย่าพยายามบังคับความคิดของลูก (ถ้าไม่ใช่เรื่องของระเบียบวินัย)

7. สอนลูกให้รักตัวเอง – รักผู้อื่น

พ่อแม่สอนลูกให้มีน้ำใจ แก่ผู้อื่นด้วย เช่น การพาเด็กไปรับเด็กพิการตามสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าหรือคนชราที่บ้านพักคนชรา

8. ให้ลูกรู้วิธีคิดแบบมีเหตุ-ผล

โดยส่งเสริมทั้งเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันและเรื่องสำคัญด้วย ตัวอย่างเช่น หากลูกของคุณต้องการซื้อของเล่นเครื่องใช้ราคาแพง หรือเป็นสิ่งที่มีอยู่แล้วและสอนให้ลูกใช้หลักการและเหตุผลที่ควรซื้อหรือไม่ควรซื้อ เป็นต้น